‘ศักดิ์ดา’ เผยเจาะเจอแหล่งน้ำบาดาลใหม่ ใกล้ปากอ่าวไทยสมุทรสาคร ลึกกว่าพันเมตร ใช้ได้ ส.ค.นี้ เร่งสร้างระบบกระจายน้ำ เตรียมขุดเพิ่ม ‘สมุทรปราการ-สมุทรสงคราม’
เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด
เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) ลงพื้นที่จุดค้นพบแหล่งน้ำบาดาลใหม่ระดับลึกกว่า 1,000 เมตร บริเวณใกล้ปากอ่าวไทย ที่วัดสหกรณ์โฆสิตาราม ต.โคกขาม อ.เมือง จ.สมุทรสาคร เพื่อติดตามความคืบหน้า
นายศักดิ์ดา กล่าวว่า กรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้ค้นพบแหล่งน้ำบาดาลใหม่ระดับลึกกว่า 1,000 เมตร บริเวณใกล้ปากอ่าวไทย ที่วัดสหกรณ์โฆสิตาราม จ.สมุทรสาคร ที่ระดับความลึกตั้งแต่ 640 ถึง 1,008 เมตร จำนวน 5 ชั้น คาดว่าจะมีน้ำบาดาลคุณภาพในปริมาณมหาศาล โดยเตรียมพัฒนาขึ้นมาช่วยประชาชนในพื้นที่กว่า 22,000 คน รวม 10,000 ครัวเรือน มีน้ำกินน้ำใช้ไม่ขาดแคลน ทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และเพิ่มความมั่นคงด้านน้ำในเขตอุตสาหกรรม จ.สมุทรสาคร ที่ยังมีความต้องการใช้น้ำอีกเกือบ 100 ล้าน ลบ.ม.ต่อปีเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศต่อไป
แหล่งน้ำบาดาลใหม่ ที่เจาะบ่อบาดาลใหม่ได้ เป็นน้ำจืดสนิทสะอาดคุณภาพดี ปริมาณน้ำมากกว่าเขื่อนหลายแห่งรวมกัน โดยจะหารือกับผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครและนายกองค์การบริหารส่วนตำบล เพื่อใช้วิธีกระจายน้ำจากแหล่งน้ำบาดาลที่ค้นพบไปช่วยประชาชนและภาคอุตสาหกรรมรวมทั้งเกษตรในพื้นที่
โดยเฉพาะที่ จ.สมุทรสาคร มีกล้วยไม้ส่งออกและน้ำมะพร้าว ดังนั้น การจัดการระบบกระจายที่ได้มาตรฐานจะทำให้น้ำที่เจาะมาได้ไม่เสียเปล่า โดยน้ำบาดาลที่เจาะได้จากแหล่งบาดาลที่พบใหม่มีปริมาณน้ำจัดหารวมทั้งสิ้น 81 ล้าน ลบ.ม.ต่อปี จะแบ่งเป็น ภาคครัวเรือน 22 ล้าน ลบ.ม.ต่อปี ภาคเกษตรกรรม 30 ล้าน ลบ.ม.ต่อปี และภาคอุตสาหกรรม 29 ล้าน ลบ.ม.ต่อปี โดยจะเริ่มกระจายน้ำได้ประมาณเดือน ส.ค.นี้
“เดิมไม่เชื่อว่า จ.สมุทรสาคร จะขาดน้ำ เพราะมีพื้นที่ใกล้กับกรุงเทพฯ แต่ได้รับการร้องเรียนมาว่าน้ำขาดแคลน การใช้น้ำใน จ.สมุทรสาคร มีความต้องการ 385 ล้าน ลบ.ม.ต่อปี แต่สามารถจัดหาน้ำได้ 290 ล้าน ลบ.ม.ต่อปี ยังมีความต้องการใช้น้ำอีกเกือบ 100 ล้าน ลบ.ม.ต่อปี นอกจากนี้ ใน จ.สมุทรสงคราม ได้รับแจ้งว่า มีความต้องการน้ำเช่นกัน เนื่องจากขณะนี้ มีการใช้น้ำแบบหมุนเวียนไม่ได้ไหลต่อเนื่อง เพราะน้ำต้นทุนไม่เพียงพอ ดังนั้น กรมทรัพยากรน้ำบาดาล จะเจาะบ่อบาดาลที่ จ.สมุทรสงคราม และสมุทรปราการ ซึ่งเป็นขอบแอ่งเจ้าพระยาตอนล่างเพื่อเพิ่มต้นทุนน้ำจากใต้ดิน” นายศักดิ์ดา กล่าว
ดร.เกรียงศักดิ์ ภิระไร ผอ.สำนักสำรวจและประเมินศักยภาพน้ำบาดาล กล่าวเพิ่มเติมว่า แหล่งน้ำบาดาลใหม่ที่ค้นพบอยูในแอ่งย่อยธนบุรี ที่ระดับความลึกตั้งแต่ 640 – 1,008 เมตร จำนวน 5 ชั้น ประกอบด้วย ชั้นตะกอนกรวดทรายแทรกสลับกับชั้นดินเหนียวบางๆ แบ่งออกเป็น ชั้นที่ 1 ความลึก 640 – 705 เมตร ชั้นที่ 2 ความลึก 715 – 785 เมตร ชั้นที่ 3 ความลึก 810 – 880 เมตร ชั้นที่ 4 ความลึก 895 – 935 เมตร และชั้นที่ 5 ความลึกมากกว่า 950 เมตร สามารถแบ่งออกจากชั้นน้ำบาดาลที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันอย่างชัดเจน เนื่องจากถูกปิดทับด้วยชั้นดินเหนียวหนากว่า 140 เมตร ที่ระดับความลึกตั้งแต่ 500 – 640 เมตร